ประวัติหลวงปู่พระนาไฮ
หลวงปู่พระนาไฮเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่โบราณคู่บ้านคู่เมืองของชาวตำบลเตาไห และอำเภอเพ็ญ ประดิษฐานอยู่วัดป่าพระนาไฮ บ้านสินเจริญ หมู่ที่ 6 ต.เตาไห อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี
ข้างในเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ ข้างนอกหุ้มด้วยปูน ขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 5 เมตร (ไม่รวมฐาน) นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอเพ็ญก็ว่าได้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ตอนสะดุ้งมาร เป็นที่สักการะของชาวอำเภอเพ็ญ อำเภอสร้างคอม อำเภอบ้านดุง อำเภอพิบูลย์รักษ์ อำเภอหนองหาน อำเภอทุ่งฝน ตลอดจนประชาชนทั่วทุกสารทิศให้ความเคารพนับถือมาช้านาน
ด้านความสักสิทธิ์อภินิหาร ขององค์หลวงปู่พระนาไฮ เป็นที่โจทน์ขานเล่าลือไปทั่วทุกสารทิศจากภูมิปัญญาชาวบ้านมีเรื่องเล่าลือ
สืบทอดกันมาว่า
เมื่อจุลศักราช 1247สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงยกทัพมาปราบฮ่อที่ชายแดนเมืองหนองคาย เมื่อมาถึงบ้านหมากแข้ง
ได้ยกทัพมาตามลำห้วยหลวง เมื่อมาถึงบริเวณวัดป่าพระนาไฮ ซึ่งติดกับลำห้วยหลวงในขณะที่พระองค์เห็นว่าเป็นทำเลที่เหมาะสมที่จะพักกองทัพ จึงสั่งให้ทหารหยุดพัก เพื่อที่จะหุงหาอาหารและช้างม้าได้พักกินอาหาร เมื่อพักได้สักครู่ก็มีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นท้องฟ้ามืดครึ้มมีลมพัดกรรโชกแรง ต้นไม้หักระเนระนาดฝูงช้างม้าวิ่งแตกตื่นโกลาหล ทันใดนั้นก็มีช้างพลายเชือกหนึ่งนอนฟุบลงร้องครวญครางคล้ายกับได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมื่อพระองค์ทรงเห็นเหตุการณ์ดังนั้นจึง ได้จุดธูปเทียนเพื่อบอกกล่าวขอขมาที่ได้ล่วงเกินสถานที่ ทันใดนั้นปรากฏว่าท้องฟ้าที่มืดครึ้มกลับสว่าง เหตุการณ์ต่าง ๆ กลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม ช้างพลายเชือกนั้นหยุดร้องและหายเป็นเป็นปกติ พระองค์จึงให้ข้าราชบริพารสำรวจบริเวณรอบๆ ที่หยุดพัก ปรากฏว่าพบเศียรของพระพุทธรูป ซึ่งมีเถาวัลย์พันเกี่ยวอยู่ จึงสั่งให้ถางป่าบริเวณนั้น และได้พบพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์หนึ่งไม่มีเศียร พระองค์จึงลำดับเหตุการณ์ได้ว่า พระพุทธรูปองค์นั้นคงเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองและศักดิ์สิทธ์มาก ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านไปไม่นาน พระองค์จึงสั่งให้ทหารทำการขอขมาที่ได้ล่วงเกินโดยมิได้บอกล่าว และกราบขอพรในการทำศึกครั้งนี้ขอให้กองทัพของพระองค์จงมีชัยชนะ เมื่อเสร็จสงครามแลัวจะกลับมาบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อพระองค์ทำสงครามปราบฮ่อสำเร็จพระองค์ยกทัพกลับคนละทาง โดยกลับไปพักที่หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ในปัจจุบัน) แต่ได้มีรับสั่งให้เจ้าเมืองหนองหาน (ในขณะนั้นบ้านหมากแข้งขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองหนองหาน ) ให้สำรวจหาพระพุทธรูปแต่ไม่พบ ต่อมาอีกหลายปีชาวบ้านเตาไห - บ้านนาพัง ได้ไปตัดไม้มาทำศาลาการเปรียญ พบพระพุทธโดยบังเอิญ จึงรายงานให้กำนันตำบลบ้านเหล่าทราบ ชาวตำบลบ้านเหล่าจึงพร้อมใจกันปฏิสังขรณ์ให้เป็นวัดป่า ส่วนองค์พระพุทธรูปเห็นว่าเป็นทอง ทองสัมฤทธิ์เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงทำพิธีขอขมาและหุ้มด้วยปูน ดังที่เห็นในปัจจุบัน
ประวัติวัดป่าพระนาไฮ
ความเป็นมาของวัดป่าพระนาไฮและองค์หลวงปู่พระนาไฮ สร้างขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านสินเจริญ ตำบลเตาไห อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านในระแวกนั้นมาพบเห็นโดยบังเอิญโดยเป็นพระพุทธรูปใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าทึบ อยู่ในสมัยนั้นไม่สามารถปฏิสังขรณ์ได้ลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบ
เจ้าอาวาสรูป ที่ 1
ในปี พ.ศ.2475 พระอาจารย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) จากจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพระธุดงค์ รูปที่ 1 เดินทางมาจากทางภาคเหนือมาพบเห็นและเกิดความศรัทธาเห็นว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษ นาจะเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ปกกรดอยู่บริเวณวัดป่าพระนาไฮ เป็นเวลาระยะหนึ่ง พระอาจารย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) จึงได้เดินทางเข้าหมู่บ้านเตาไหสมัยนั้นหมู่บ้านใกล้เคียงยังไม่มีจึงได้ชักชวน
หลวงปู่บุญ เจ้าคณะตำบลบ้านเหล่า ไปร่วมปฏิสังขรณ์ แต่ไม่กล้าที่จะไปทำนุบำรุงองค์หลวงปู่พระนาไฮเพราะกลัวเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฎิหารย์ ที่เลื่องลือและเคยแสดงให้ชาวบ้าน ได้พบเห็นบ่อยครั้งมาแล้ว และหลวงปู่บุญในสัญญาว่าจะเป็นผู้อุปถัมภ์และเป็นช่วงปฏิสังขรณ์องค์หลวงปู่พระนาไฮ อีก 3 เดือนต่อมาพระอาจารย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) และหลวงปู่บุญพร้อมด้วยชาวบ้านเตาไห นาพัง ได้ร่วมทำการต่อเศียรและแขนของหลวงปู่จนมีสภาพสมบูรณ์ดีเช่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 5 เมตร) พระอาจารย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) และหลวงปู่บุญจึงได้ตั้งชื่อว่า หลวงปู่พระนาไฮ เพราะมีต้นไทร (ต้นไฮ) อยู่รอบๆบริเวณหลายต้น อยู่ทางทิศใต้ใกล้องค์หลวงปู่ และได้ทำการสร้างเป็นวัดในเวลาต่อมา โดยมีพระอาจารย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านจึงได้มาสร้างหมู่บ้านอยู่ทางทิศใต้ของวัดประมาณ 4-5 หลังคาเรือน เมื่อพระอาจาย์สิงห์ (ญาครูสิงห์) ออกธุดงค์ ชาวบ้านจึงได้ย้ายหนีจากวัด จึงทำให้กลายเป็นวัดร้าง
เจ้าอาวาสรูปที่ 2
ในปี พ.ศ.2498 หลวงปู่จากอำเภอหนองหาน (ไม่ปรากฏนาม) ได้เดินทางมาอยู่ที่วัดป่าพระนาไฮอยู่ได้ประมาณ 2-3 พรรษา ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ต่อไปได้ จึงได้เดินทางกลับอำเภอหนองหาน และมรณภาพระหว่างทาง เพราะได้กระทำในสิ่งที่ขัดต่อหลักธรรมทางพุทธศาสนาและนำของมีค่าของวัดติดตัวไปด้วย อาจเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ของหลวงปู่ที่ลงโทษอย่างทันตาเห็นก็เป็นได้
เจ้าอาวาสรูปที่ 3
ต่อมาในปี พ.ศ.2502 หลวงปู่นวล จากตำบลบ้านเหล่าอำเภอเพ็ญ ได้เข้ามาทำนุบำรุงพระนาไฮ ได้สร้างศาลาการเปรียญ และในช่วงนี้ เศรียรองค์หลวงพ่อได้หักลงมาอีกครั้ง ท่านจึงได้นำพาชาวบ้าน ทำการต่อเศียรพระเป็นครั้งที่ 2 และได้สร้างวัตถุมงคลแจกให้ไว้เป็นที่ระลึก
มีด้วยกัน 3 แบบ คือ
1.พระผงหลวง รุ่นแรก (จากเนื้อปูนเปลือกหอย ผสมปูนขาวที่ใช้ต่อเศียร)
2.เหรียญหลวงพ่อพระนารายณ์ รุ่นแรก
3.ตะกรุดโทน
และจำพรรษาอย่ได้ 4 พรรษาและได้มรณภาพลงในปี พ.ศ.2505 จึงทำให้เกิดวัดร้างอีกครั้ง
เจ้าอาวาสรูปที่ 4
ต่อมาในปี พ.ศ.2510 หลวงปู่ม่วงจากบ้านนาพัง ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเพ็ญ ได้มาทำนุบำรุงวัดป่าพระนาไฮต่อ จนถึงปี พ.ศ.2513 และในช่วงนี้ได้มีโจรมาลักรอบขุดหาของมีค่าที่ใต้ฐานขององค์หลวงพ่อ หลวงปู่ม่วงจึงได้นำพาชาวบ้านทำการทำการซ่อมแซม ส่วนฐานองค์หลวงพ่อใหม่ และได้สร้างวัตถุมงคล แจกเพื่อเป็นที่ระลึก มี 3 แบบ ด้วยกัน คือ
1.พระผง รุ่น 2 (จากปูนขาว ผสมปูนส่วนฐาน องค์หลวงพ่อ)
2. เหรียญ รุ่นแรก ชุบนิกเกิล แก่ เงิน แบบ บาง
3.รูปถ่าย ขาวดำ ขนาดปกติ และ ขนาดเล็ก
และหลวงปู่ม่วงได้มรณะภาพลง จึงทำให้วัดร้างอีกครั้ง
เจ้าอาวาสรูปที่ 5
ในปี พ.ศ.2516 หลวงปู่ชื่น ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดยโสธร ได้มาทำนุบำรุงต่อ และได้ชักชวน ญาติ โยม ผู้มีจิตศรัทธา ได้ดำเนินการก่อสร้าง พระอารามหลวง และในช่วงเวลานี้ ทางวัด ได้เริ่มก่อสร้าง ศาลาหลังใหญ่ที่ครอบองค์ หลวงพ่อในปัจจุบัน
เพื่อเป็นที่ระลึก หาทุนจึงได้นำเหรียญรุ่นแรก ชุบนิกเกิล แบบหนา มาออกอีกครั้ง
จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2530 หลวงปู่ชื่นจึงได้เดินทางกลับ จังหวัดยโสธร
เจ้าอาวาสรูปที่ 6
ในปี พ.ศ.2535 พระครูอุดม ธรรโมภาส เจ้าคณะตำบลเตาไห ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และในปี พ.ศ.2545 พระครูอุดมได้ลาสิกขา
เจ้าอาวาสรูปที่ 7
ในปี พ.ศ.2545 เจ้าคณะจังหวัดได้แต่งตั้งให้เจ้าอธิการสงัด สุจิตโต มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าพระนาไฮ จนถึงปัจจุบัน
****สำหรับเหรียญ รุ่นแรก ชุบนิเกิลหนา ชุดสุดท้ายได้ถูกนำออกมาให้เช่าบูชา โดยหลวงปู่สมาน วัดโพธิ์ชัย เตาไห ในปี 2548-2550 จำนวนโดยประมาณ 30-50 เหรียญ ส่วนมากที่ได้ก็เป็นศิษย์ที่ใกล้ชิด (จากคำบอกเล่าของหลวงปู่สมาน ท่านว่าได้ไปขอจากทายาท แม่ชีท่านหนึ่งที่เคยบวช และได้เก็บรักษาไว้ พร้อมกับตะกรุดโทน จึนนวนหนึ่ง ส่วนตะกรุดโทน หลวงปู่สมานได้แจก ต้อนรับผ้าป่าใต้หวัน ปี 34 ประมาณ 300-500 ดอก )
งานประเพณี ประะจำปี ของวัด
ในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุก ๆ ปี (ถือเอาเดือนทางจันทรคติเป็นเกณฑ์) คือวันขึ้น 13 14 15 ค่ำ จะมีมหรสพสมโภชน์ตลอด 3 วัน 3 คืน โดยเฉพาะในวันเพ็ญเดือนสาม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานประชาชนทั่วสารทิศที่ได้มาบนบานศาลกล่าวและขอพรต่าง ๆ แล้วแต่ใครจะอธิฐาน จะนำสิ่งของและเครื่องเซ่นไหว้มาถวายต่อองค์หลวงปู่พระนาไฮอย่างล้นหลามทุกๆปีบางรายก็จะจ้างมหรสพสมโภชน์ เช่น ภาพยนตร์ หมอลำ เป็นต้น สำหรับใครที่ได้บนบานอะไรไว้ ก็จะไปทำพิธีกราบไหว้แก้บน และขอพรบนบานไว้ใหม่ มีพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธามาก ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และประสบความโชคดีร่ำรวยมหาศาล หายจากโรคภัยไข้เจ็บ เกิดศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวมาแล้วมากมาย ทั้งนี้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตในหน้าที่การงาน จึงใคร่ขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านไปร่วมสักการะหลวงปู่พระนาไฮได้ทุกวัน โดยมี เจ้าคณะตำบลพระครูสุจิตปัญญาวัฒน์ จำพรรษาอยู่ที่วัด นี้ด้วย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น